สธ.เผยข้อมูลล่าสุด สถานการณ์โรคโควิด-19 ของไทยดีขึ้น จากจำนวนผู้เสียชีวิต 47 ราย พบกลุ่มอายุที่เมื่อป่วยแล้วจะมีโอกาสเสียชีวิตมากสุด คือ 70 ปีขึ้นไป ผู้ชายตายมากกว่าผู้หญิง 4 เท่า อัตราการป่วยและเสียชีวิตในไทยอยู่ที่ 1.7% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยนานาชาติที่อยู่ที่ประมาณ 6%

นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์โรคโควิด-19 ของประเทศไทยดีขึ้น และจากการแยกอัตราการป่วยและเสียชีวิตถึงวันที่ 17 เม.ย. พบผู้เสียชีวิต 47 ราย ในจำนวนนี้มีผู้สูงอายุ 20% หากแบ่งตามกลุ่มอายุ จะพบว่ากลุ่มอายุที่เมื่อป่วยแล้วจะมีโอกาสเสียชีวิตมากสุด คือ อายุ 70 ปีขึ้นไปประมาณ 12% และถึงแม้จะไม่ได้ออกไปภายนอกบ้าน ไม่ได้ออกไปตลาด แต่ก็ได้รับเชื้อจากคนในบ้านที่เอาเชื้อมาแพร่

ส่วนกลุ่มที่มีอัตราป่วยและเสียชีวิตมากขึ้น คือ กลุ่มอายุ 50-59 ปี อยู่ที่ 4% และกลุ่มอายุ 60-69 ปี อยู่ที่ 3.7% อย่างไรก็ตาม หากบ้านใครมีผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป ต้องดูแลให้ดี เพราะเป็นกลุ่มเสี่ยงที่เมื่อป่วยจะเสียชีวิตได้สูง

นพ.โสภณ กล่าวต่อว่าหากมีการแยกเพศจะพบว่าอัตราการป่วยและเสียชีวิตนั้น เพศชายจะมีการป่วยและเสียชีวิตมากกว่าเพศหญิงประมาณ 4 เท่า ส่วนอัตราการป่วยและเสียชีวิตของประเทศไทยอยู่ที่ 1.7% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระดับนานาชาติที่จะพบอยู่ที่ประมาณ 6% ทั้งนี้ ในระดับโลกอัตราการป่วยและเสียชีวิตจะสูงกว่าของไทย 4 เท่า ดังนั้นถือว่าไทยมีระบบการดูแลรักษาที่ดีแต่วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคืออย่าป่วย

นอกจากนี้ ยังพบด้วยว่าผู้ป่วยที่เสียชีวิตส่วนใหญ่จะมีโรคประจำตัว พบว่าสูงสุด คือ โรคเบาหวาน 41% ความดันโลหิตสูง 36% ไขมันในเลือดสูง 18% โรคหัวใจ 14% โรคไต 9% ภาวะอ้วน 7% และอื่นๆ 14%

“สำหรับในคนที่มีอายุน้อยแล้วเสียชีวิต พบว่าเกิดจากภาวะอ้วน แต่ทุกคนก็ไม่สามารถประมาทได้ เพราะก็มีบางรายที่ไม่ได้เป็นโรคประจำตัวแต่ก็เสียชีวิต ดังนั้นขอย้ำว่าเมื่อป่วยต้องรีบมาพบแพทย์”