เมื่อวันที่ 26 มี.ค.63 นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นพ.พีระ อารีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมแถลงข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมเปิดเผยว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยข้อมูลตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม จนถึงวันที่ 25 มีนาคม 2563 พบผู้ที่เข้าเกณฑ์สงสัยสอบสวนโรคยอดสะสม 80 ราย ส่งตรวจ ไม่พบเชื้อโคโรนาไวรัส 71 ราย รอผล 9 ราย พบผู้ป่วยติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 ยืนยัน จำนวน 2 ราย อยู่ในระหว่างการรักษาดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดที่โรงพยาบาลในจังหวัดกรุงเทพมหานคร และรพ.สามโคก จ.ปทุมธานี

ผวจ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวต่อว่า รายที่ 1 ผู้ป่วยเป็นชายอายุ 58 ปี มีภูมิลำเนา อ.มหาราช มีประวัติเป็นบุคคลทำงานใกล้ชิดกับผู้ป่วยโควิด 19 กรณีสนามมวยลุมพินี ผู้ป่วยรายนี้ ได้เข้ารับการตรวจที่สถาบันบำราศนราดูร เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2563 จากนั้น ได้เดินทางกลับในอำเภอมหาราช ต่อมาวันที่ 24 มีนาคม 2563 ผลตรวจยืนยันพบเชื้อโควิด-19 โรงพยาบาลมหาราชได้ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลบำราศนราดูร เรียบร้อยแล้ว ผลการสอบสวนโรคผู้ป่วยรายนี้ พบว่า เริ่มป่วยตั้งแต่ 16 มีนาคม 2563 และกักตัวอยู่ในบ้านพัก โดยมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเป็นผู้อาศัยร่วมบ้าน คือ ภรรยา ลูกสาว หลานสาว และผู้สัมผัสเป็นบุคลากรทางการแพทย์ 7 ราย ได้ส่งตรวจหาเชื้อ และได้กักเฝ้าระวังโรคเป็นเวลา 14 วัน

นายภานุ กล่าวอีกว่า ส่วน รายที่ 2 เป็นชายอายุ 23 ปี มีภูมิลำเนาอำเภอวังน้อย มีประวัติทำงานรับเหมาก่อสร้างในอำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก และเดินทางกลับมาพักที่หอพักอำเภอวังน้อย ผู้ป่วยรายนี้ เริ่มมีอาการไข้ วันที่ 12 มีนาคม 2563 และในวันที่ 18 มีนาคม 2563 ไปตรวจหา โควิด-19 ที่ รพ.แพทย์รังสิต พบผลบวก ขณะนี้ผู้ป่วยพักรักษาตัวที่ รพ.สามโคก จ.ปทุมธานี ผลการสอบสวนโรค พบว่า มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเป็นผู้อาศัยร่วมบ้าน คือภรรยาผู้ป่วยทำงานโรงงานในจังหวัดปทุมธานี ได้ส่งตรวจหาโควิด-19 และให้สังเกตอาการตนเอง 14 วัน ประสานพื้นที่ในการเฝ้าระวังค้นหาผู้สัมผัสเพิ่มเติม ความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบโดยเร็ว

“จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขอความร่วมมือชาวกรุงเก่าทุกคน ให้ความร่วมมือในการป้องกันและควบคุมโรคระบาดในครั้งนี้ โดยผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วย หรือสงสัยเสี่ยงติดเชื้อ ขอให้สังเกตอาการตนเองเป็นเวลา 14 วัน หากมีไข้ ร่วมกับอาการไอ เจ็บคอ น้ำมูกหายใจลำบากหรืออย่างใดอย่างหนึ่ง ให้ไปรับการตรวจรักษาที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านทุกสังกัดได้ฟรี ทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข อย่างเคร่งครัด แยกของใช้ส่วนตัว รับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ แยกสำรับอาหาร ถ้าไม่แยกสำรับ ให้ใช้ช้อนกลางส่วนตัว เว้นระยะห่างระหว่างบุคคลในสังคม อย่างน้อย 2 เมตร งดการเดินทางที่ไม่จำเป็นโดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มเสี่ยงติดโรค ให้สวมหน้ากากอนามัยเมื่อไปในที่ชุมชน พกเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ หากมีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ให้สวมหน้ากากอนามัยรีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติความเสี่ยง” ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าว

นายภานุ กล่าวด้วยว่า ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเท่านั้น ผ่านทางเสียงตามสายของเทศบาล แต่ละอำเภอหอกระจายข่าวในพื้นที่ของท่าน และเว็บไซต์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เฟซบุ๊กจังหวัด เฟซบุ๊กงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ในขณะนี้ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีสายด่วน โควิด-19 เพื่อบริการประชาชน ครอบคลุมทั้ง 16 อำเภอ ทุกพื้นที่ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ขอให้ตระหนัก แต่อย่าตระหนกครับ และเน้นทุกคนร่วมมือกันตามนโยบายรัฐบาลที่ว่า “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ขอให้ทุกคนผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วย.