“อภิรักษ์ โกษะโยธิน”ว่าที่”ผู้ว่าฯ กทม.”ยังต้อง”ลุ้นระทึก”กับ”กกต.”หลังมีผู้ร้องเรียนว่า”กระทำผิดกฎหมายเลือก”ตั้ง”2-3 เรื่อง” ด้าน“วาสนา”สั่งเจ้าหน้าที่เร่งสรุปให้เสร็จใน”3 วัน” ขณะที่”นักศึกษา ม.ราม”ร้อง”5 ผู้สมัคร” ระบุมีหลักฐานกระทำผิดจากสื่อฯ ชัดเจน เหตุจัดรื่นเริงในวันรับสมัคร

รายงานข่าวแจ้งว่า นายสิงห์ทอง บัวชุม ในฐานะนักศึกษาปริญญาเอกมหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้เดินทางมายื่นร้องเรียนการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.โดยระบุว่าต้องการให้ กกต.ได้พิจารณาในวันรับสมัครเลือกตั้งเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมานั้น ผู้สมัครได้กระทำผิดตามมาตรา 57 พ.ร.บ.เลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ที่ระบุไว้ว่า ห้ามมิให้ผู้สมัครจัดมหรสพ หรือการรื่นเริงใดๆ ภายใน 60 วันก่อนวันครบวาระการดำรงตำแหน่ง หรือไม่ เพราะมีผู้สมัครจำนวน 5 คน ได้จัดการรื่นเริงที่น่าจะเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นคือ 1.นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครหมายเลข 1 นายมานะ มหาสุวีระชัย ผู้สมัครหมายเลข 5 นางปวีณา หงสกุล ผู้สมัคร หมายเลข 7 ร.อ.เมตตา เต็มชำนาญ ผู้สมัครหมายเลข 9 และนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ผู้สมัครหมายเลข 15 ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.

นายสิงห์ทอง กล่าวอีกว่า หลังจากได้หมายเลขประจำตัวเรียบร้อยแล้ว ทั้งหมดได้กระทำการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งโดยจัดให้มีการแสดง การเล่นดนตรี ร้องรำทำเพลง ซึ่งเป็นการจัดมหรสพ หรือรื่นเริง ต่าง ๆ ในบริเวณศาลาว่าการ กทม. และได้กระทำการต่อเนื่องออกจากบริเวณดังกล่าวที่บิรเวณลานคนเมืองไปจนถึงบริเวณเสาชิงช้า และถนนเฟื่องนคร อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น มาตรา 57 ( 3 ) ซึ่งได้ปรากฏหลักฐานจากภาพถ่าย และเทปบันทึกภาพที่สื่อมวลชนได้ทำการบันทึกไว้ในวันเวลาดังกล่าว ซึ่งหลักฐานก็มีอยู่ที่สถานีโทรทัศน์ไอทีวี และสถานีโทรทัศน์ช่อง 9

จี้ กกต.สอบ 5 ผู้สมัคร-ชี้กระทำความผิดชัดเจน

“จึงอยากร้องเรียนต่อประธานกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อให้พิจารณาดำเนินการสอบสวนพฤติการณ์การกระทำผิดดังกล่าว และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้สมัครที่กระทำผิดให้เสร็จก่อนที่จะมีการประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ อันจะเป็นการประหยัดงบประมาณแผ่นดิน เนื่องจากขณะรับสมัครมีกฤษฎีกาเลือกตั้งออกมาแล้วว่าให้ใช้บังคับเป็นกฎหมาย ดังนั้น กกต.จึงควรมีความชัดเจนเพื่อเป็นบรรทัดฐานสำหรับการเลือกตั้งปี 2548 โดยความชัดเจนดังกล่าวยังจะมีผลต่อการเมืองภาคประชาชนที่ยังจะเข้มแข็ง และโปร่งใสตามไปด้วยในอนาคต”นายสิงห์ทอง กล่าว

เมื่อถามว่า ที่ กกต.ยึดกรณีนี้ตามคำวินิจฉัยที่มีมาตั้งแต่ กกต.ชุดก่อนนั้น นายสิงห์ทอง กล่าวว่า การวินิจฉัยก็เป็นเรื่องหนึ่งของ กกต.และเมื่อมีคำวินิจฉัยก็คงจะไม่กล้าเข้าไปก้าวล่วง แต่ในความคิดส่วนตัวเห็นว่ากฎหมายต้องมีการบังคับใช้อย่างเสมอภาค ส่วนการมาร้องเรียนครั้งนี้เป็นการรับลูกจาก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้สมัครหมายเลข 3 หรือไม่ นายสิงห์ทอง กล่าวว่า ไม่ได้มาในนามของใคร และไม่รู้จัก ร.ต.อ.เฉลิม รวมทั้งไม่ได้มุ่งหวังจะเล่นการเมืองในอนาคต แต่การที่ได้ศึกษาที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงมากว่า 20 ปี ย่อมต้องมีคนรู้จัก และขณะนี้กำลังทำการวิจัยเรื่องการเกิด และการยุบสลายของการเมืองไทย ซึ่งเป็นดุษฎีนิพนธ์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

กกต.ลั่นสอบผู้สมัครตามเรื่องที่ร้องเรียนมาแน่นอน

ด้าน พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ได้สรุปภาพรวมของการจัดการเลือกตั้งโดยยอมรับว่า กทม.จัดการเลือกตั้งได้เรียบร้อยดี รวมทั้งส่วนราชการต่าง ๆ ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เพราะการเลือกตั้งไม่พบเหตุกระทำความผิดที่ชัดเจน ส่วนใหญ่เป็นเพียงเบาะแส และการร้องเรียนในเรื่องอื่นๆ สำหรับผู้มาใช้สิทธิแม้จะต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ก็พบว่ามีความตื่นตัวที่จะไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

พล.ต.อ.วาสนา กล่าวต่อถึงการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งว่า ขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนผู้ที่ได้รับการเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบอยู่ 2-3 เรื่อง โดยแน่นอนแล้วว่าจะมี 1 เรื่องที่จะเข้าพิจารณาในวันนี้ ซึ่งไม่สามารถที่จะเปิดเผยได้ว่าข้อร้องเรียนดังกล่าวมีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ส่วนที่เหลือนั้น จะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันเพื่อนำมาประกอบการพิจารณารับรองผลการเลือกตั้ง และในส่วนของค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งหลังจาก กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งแล้ว ผู้สมัครทุกรายจะต้องยื่นแสดงรายการค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งภายใน 90 วันด้วย อย่างไรก็ตามกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง จะขอคำวินิจฉัยการให้ใบแดงของนางลีนา จังจรรจา และกรณีการให้ผู้สมัครสามารถจัดงานรื่นเริงได้ในวันสมัครนั้น กกต.พร้อมที่จะให้ เพราะเป็นเรื่องเปิดเผย และจะต้องให้แจ้งให้กับผู้เสียงหายอยู่แล้ว