ได้ฤกษ์เปิดตัวไปแล้ว ในวันพฤหัสบดีที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2547 เมื่อช่วงเย็นถึงค่ำที่ผ่านมา ณ เมเจอร์ รัชโยธิน สำหรับ “WindStruck:ยัยตัวร้ายกับนายเซ่อซ่า” หนังเรื่องใหม่ล่าสุดของ ท็อปซุปเปอร์สตาร์เอเชีย สาวเกาหลีสุดแสนยียวน น่ารักสุด ๆ ป่วนหัวใจทุกดวงที่ได้พบเจอ “จวน จี ฮุน”

บรรยากาศก่อนเริ่มงาน มีฝนตกพร่ำ ๆ ลงมาให้ชุ่มช่ำหัวใจของทุก ๆ คนที่เตรียมตัวเข้าร่วมในงานแถลงข่าวภาพยนตร์มาแรงเรื่องนี้ ผู้คนมากหน้าหลายตาต่างทยอยเดินทางมาที่นี่ไม่ขาดสาย โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นชาย-หญิงที่มากมายเป็นพิเศษ ทำให้เมเจอร์ รัชโยธิน ที่กว้างขวาง ดูเล็กกะทัดรัดลงไปในพริบตา

เหตุที่ฝูงชนอุ่นหนาฝาคั่งขนาดนี้ มิใช่แค่เพราะหนังเรื่องใหม่ของ จี ฮุน จะเปิดฉายรอบปฐมทรรศน์ให้แฟน ๆ ได้ชมเท่านั้นหรอก แต่ที่ผู้คนมากมายเห่กันมานั้น เนื่องจาก พระ-นาง (จาง ฮุค – จวน จี ฮุน) ของหนังเรื่องนี้ ลงทุนบินข้ามน้ำข้ามฟ้ามาร่วมแถลงข่าวเปิดตัว WindStruck กับเขาด้วย

ทราบแล้วคงจะพอนึกภาพออกทันทีเลยใช่ไหม…. ว่าคนจะเยอะขนาดไหน ก็ยัยตัวร้าย จี ฮุน ของพวกเราทุกคนนะ ใคร ๆ ก็อยากจะเห็นตัวเป็น ๆ ทั้งนั้น ความน่ารัก ยียวนกวนประสาท ป่วน แสบซ่าส์ ฮา ทะเล้น ที่ทุก ๆ คนได้ยลกันในจอนะ มันยั่วต่อมความเบิกบาน ชุ่มชื่นหัวใจให้ดีกรีพุ่งกระฉูดไปไหนต่อไหน สำหรับคนที่หลงในมนเสน่ห์ของ จี ฮุน ซึ่งเชื่อว่า มีอยู่มากเหลือเกินในประเทศไทย จะต้องคิดเห็นตรงกันแน่ว่า…

สักครั้งในชีวิต ขอเห็น จวน จี ฮุน ด้วยตาเปล่าทีเถอะ…

งานเริ่มต้นที่ เมเจอร์ โบว์ล เมื่อ เมเจอร์ รัชโยธิน ลงทุนปิดบริการโบว์ลิ่งทั้งหมด เปลี่ยนเป็นสถานที่พิเศษ เพื่อเปิดให้เหล่าสื่อมวลชนได้เข้าพบสัมภาษณ์ และถ่ายภาพสองดาราดาวเด่นประจำงานนี้ โดยแบ่งเป็นกรุ๊ป ๆ และให้เวลาในการพบเจอเล็กน้อยเท่านั้น ทำเอานักข่าวทั้งหลายเสียอารมณ์ไปไม่ใช่น้อย เพราะต้องรอคอย เขาและเธอ อย่างยาวนาน แต่ได้เวลาทำงานที่ได้รับมอบหมายจำกัดจำเขี่ยเหลือประมาณ เรียกว่า บรรเลงเพลงงานได้แค่ขึ้นอินโทรเท่านั้น ก็ต้องถูกการ์ดทั้งผลักทั้งดันออกไปให้พ้นเสียแล้ว

สำหรับผู้โชคดีของเดลินิวส์เรา ที่ได้เข้าพบ จี ฮุน และ จาง ฮุค คือ น้องก้อย นักข่าวสาวหน้าบันเทิง แฟนคลับ จี ฮุน เขาล่ะ

น้องก้อยเล่าว่า ได้ถ่ายรูป และสัมภาษณ์เล็กน้อย โดยรวมทั้งสองบอกว่า การทำงานเรื่องนี้ ค่อนข้างหนักพอสมควร เพราะโดยธีมของหนังแล้ว บรรยากาศจะต้องดูปลอดโปร่ง สดชื่น เหมือนตอนหน้าร้อน ที่จะมีลมพัดพอให้เย็นสบาย และก็มีฝนตกบ้างในบางเวลา แต่ความเป็นจริงคือ เป็นช่วงของฤดูใบไม้ร่วง ที่ใกล้เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว ซึ่งในการถ่ายทำช่วงนั้น อากาศหนาวเย็นมาก ๆ แต่โดยธีมของตัวเรื่องทำให้นักแสดงต้องใส่เสื้อผ้าบาง ๆ และแกล้งทำเป็นว่าไม่หนาว ทั้งที่จริง ๆ แล้วทุกคนหนาวจนสั่นเลยทีเดียว บางฉากต้องช่วยตัวเองด้วยการใส่เสื้อชั้นในหลาย ๆ ตัว ใส่ถุงเท้าหลาย ๆ ชั้น เพื่อให้อบอุ่นและแสดงได้ ส่วนฉากที่คิดว่า ยากลำบากที่สุด คือถ่ายดำน้ำ และฉากที่ต้องถ่ายในน้ำ เพราะมันหนาวมาก ๆ เย็นจับขั้วหัวใจเลยทีเดียว และก็เหนื่อยมาก ๆ แต่เพื่อแฟน ๆ ทั้งสองตั้งใจทำจนสำเร็จด้วยดี

หลังการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ก็ได้เวลาที่ทั้งสองจะเดินลงไปพบกับแฟน ๆ มากมายที่รออยู่ด้านล่าง ซึ่งเมื่อทั้งสองปรากฎตัว เสียงกรี๊ด!!! ฮือฮา… แสงจากแฟลชกล้องถ่ายรูป เรียกว่า กระหึ่มขึ้นพร้อม ๆ กันชนิด เมเจอร์สั่นสะเทือนเลยทีเดียว จี ฮุน-จาง ฮุค โบกมือไหว ๆ สองทีสามที ก็เดินจากไปที่ห้องแถลงข่าว และสัมภาษณ์ด้านบนสุดบริเวณโรงหนัง ทำเอาแฟน ๆ ที่มาเบียดเสียดรอคอยแสนยาวนาน ดูจะเซ็งนิด ๆ ที่ได้ยลนางในดวงใจแค่ชั่ววูบ แต่ก็เห็นได้ถึงรอยประทับใจที่ถูกตราลงที่สีหน้าแต่ละคน

ทางเราก็มิอาจรอช้าได้ รีบติดตามด่วนไปที่ด้านบนทันที ซึ่งมีพิธีกรจอมกวน “ดีเจโจ้ อัครพล” รออยู่แล้ว การสัมภาษณ์เป็นไปอย่างสนุกสนาน เคล้าเสียงหัวเราะ ตามสไตล์โจ้เขาล่ะ.. ที่อดหมั่นไส้ไม่ได้ คือ โจ้ จะแอบแทะเล็ม หว่านเสน่ห์ใส่ จี ฮุน ของพวกเราไม่ขาดสาย ตามที่โจ้เป็นอยู่ประจำ ซึ่งก็ดู จี ฮุน จะถูกใจพ่อหนุ่มคารมคมคายคนนี้ไม่ใช่น้อย ๆ เลยทีเดียว อีกทั้ง โจ้ ยังปล่อยหมัดเด็ดสอนภาษาไทยให้ จาง ฮุค ด้วย 3 คำที่ว่า คงเดาได้ไม่ยากใช่ไหมล่ะว่าคืออะไร “ผมรักคุณ” นั่นเอง แค่เอ่ยสั้น ๆ เท่านี้ เสียงกรี๊ดของสาว ๆ ก็ดังสนั่นเมเจอร์เลยทีเดียว แหม จาง ฮุค บอกรักเป็นภาษาไทยทั้งที ไม่กรี๊ดได้ไง…

สัมภาษณ์กันเสร็จ จี ฮุน และ จาง ฮุค ก็ลุยไปที่โรงหนังลัคกี้นัมเบอร์ หมายเลข 13 เพื่อมีทแอนด์กรี๊ดกับแฟนคลับของเธอ และผู้โชคดีของเมเจอร์ โบว์ล ที่จะได้เสื้อยืดพร้อมลายเซ็น รวมถึงได้จับมือ ถ่ายรูปคู่กับ จี ฮุน-จาง ฮุค ด้วย โดยมี ดีเจโจ้ ตามเป็นพิธีกรตลอดทาง

สรุปแก่นสาระสำคัญของคำสัมภาษณ์ต่าง ๆ จากนายโจ้ มีประมาณนี้… จี ฮุน บอกว่า ประท้บใจเมืองไทยมาก ๆ และโรงหนังของที่นี่สวยมาก เข้ามาแล้วไม่อยากจะกลับออกไปเลย อาหารไทยก็อร่อยมาก คนไทยน่ารักมาก ๆ ให้การต้อนรับเธอเป็นอย่างดี ซึ่งถ้ามีโอกาสเธอจะกลับมาที่เมืองไทยอีกแน่นอน

จบการพบปะแฟน ๆ ทั้งสองก็ขึ้นไปชมภาพยนตร์บนที่นั่ง VIP ร่วมกับแฟน ๆ ด้วย ก่อนจะปลีกตัวแอบกลับไปตอนไหนก็ไม่อาจมีใครรู้ได้… พรุ่งนี้ทั้งสองก็จะเดินทางออกจากประเทศไทย แต่จะกลับเกาหลี หรือไปโปรโมทหนังที่ประเทศอื่นต่อนั้น ไม่ทราบจริง ๆ แต่ทว่า.. ก่อนกลับแว่ว ๆ มาว่า จี ฮุน อาจเดินทางไปออกรายการโทรทัศน์ จะเป็นรายการใดบ้าง?? นั้น ไม่ขอบอก ให้ไปเซอร์ไพร้ส์ตามดูกันเองเองดีกว่า…

ในส่วนของเรื่องราวภาพยนตร์ WindStruck โดยย่อ จะเล่าให้ฟังมีดังนี้นะจ๊ะ (ใครที่ไม่อยากรู้ จะขอไปดูหนังเอง ก็ข้ามย่อหน้านี้ ไปอ่านย่อหน้าต่อไปละกันนะ)

“เรื่องราวเกี่ยวกับความรักระหว่างตำรวจสาว Yeo Kyung-Jin และครูสอนฟิสิกส์มัธยมปลายชื่อ Koh Myung-Woo วันหนึ่ง Yeo Kyung-Jin เกิดอุบัติเหตุที่ทำให้เธอต้องฆ่าแฟนของเธอ Koh Myung-Woo โดยไม่ตั้งใจ จนเป็นเหตุให้เขาเสียชีวิต Yeo Kyung-Jin รู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นถึงขนาดที่เธอพยายามจะฆ่าตัวตาย แต่แล้วแฟนของเธอก็กลับมาหาเธออีกครั้ง เพื่อคอยช่วยเหลือ เหมือนว่าเขายังอยู่ข้าง ๆ กายเธอตลอดเวลา”

ความเห็นโดยส่วนตัวแล้ว หนังเรื่องนี้ถือว่า อยู่ในเกณฑ์ระดับคล้าย ๆ กับ My Sassy Girl เพราะนักแสดงนำ จวน จี ฮุน คนเดียวกัน ผู้กำกับก็คนเดียวกัน เพียงแต่ว่า อาจไม่ดีเท่า แต่ในเรื่องของรายละเอียด ความเข้มข้น ก็เหมือนคนเรา ที่มีอายุมากขึ้น ก็ดูเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ขึ้น ชีวิตมีความจริงจังมากขึ้น

ใครที่ไม่เคยเห็น จี ฮุน บู๊ ภาพยนตร์เรื่องนี้ เธอได้บู๊เต็ม ๆ กว่าครึ่งเรื่อง เรียกว่า ควงปืนยิงกระสุนไม่หยุดชนิดไม่มีเสียดายเลย ในขณะที่ความแก่นเสี๊ยวยังคงมีอยู่ครบถ้วน ขณะที่ฉากซึ้งก็เรียกน้ำตาได้ดีไม่แพ้ The Letter ของคุณผอูนแต่อย่างใด

ถือเป็นหนังที่ดูได้เพลิน ๆ คุ้มค่าสตางค์ แต่ถ้าคุณเป็นคนที่เคยหลงเสน่ห์ยัยตัวร้าย คงต้องบอกว่า ต้องดูล่ะครับ สำหรับ “ยัยตัวร้ายกับนายเซ่อซ่า”