วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ศาลอาญาฯ ไม่ให้ “ตัน” สุรนาถ ประกันตัว คดี #ประทุษร้ายเสรีภาพราชินี อ้างเป็นข้อหาร้ายแรง เกรงจะหลบหนี

 22 ตุลาคม 2563 – ภายหลังจากการจับกุม “ตัน” สุรนาถ แป้นประเสริฐ นักกิจกรรมด้านการพัฒนาสังคมและเยาวชน ซึ่งถูกจับกุมตามหมายจับออกโดยศาลอาญาฯ เมื่อวานนี้ ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110 “ประทุษร้ายเสรีภาพราชินี” ก่อนที่เขาจะถูกส่งตัวต่อไปยัง สน. ดุสิต เพื่อทำบันทึกจับกุม และถูกควบคุมตัวไปยัง บก.ตชด.ภาค 1 เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีก 3 ข้อหา ได้แก่ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 “มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คน ก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองโดยเป็นหัวหน้าหรือผู้สั่งการ”, มาตรา 385 “กีดขวางทางสาธารณะจนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร”, และกีดขวางการจราจร ตาม พ.ร.บ.การจราจรทางบกฯ


ในวันนี้ พนักงานสอบสวนได้นำตัวสุรนาถมาที่ศาลอาญาฯ เพื่อทำเรื่องขอฝากขังผู้ต้องหาเป็นเวลา 12 วัน ราวสี่โมงเย็น นายมุขเมธิน กลั่นนุรักษ์ ผู้พิพากษาในคดีได้อนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาเป็นเวลา 7 วัน ทางด้านทนายความผู้ต้องหาได้ยื่นประกันโดยใช้ตำแหน่ง ส.ส. และเงินสดเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน รวมวงเงิน 1,335,600 บาท แต่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว อ้างว่า พฤติการณ์และข้อกล่าวหาตามคำร้องฝากขังเป็นเรื่องร้ายแรง หากมีการหลบหนีจะมีความเสียหายมาก  หากข้อกล่าวหาเป็นจริงย่อมมีความเสี่ยงที่จะหลบหนีหรือก่อเหตุร้าย อีกทั้งผู้ต้องหาเพิ่งจะถูกจับกุม สมควรให้เจ้าพนักงานได้รวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนซักระยะหนึ่งก่อน ในชั้นนี้จึงให้ยกคำร้อง


สำหรับคำร้องของพนักงานสอบสวนที่ขอฝากขังผู้ต้องหา ในส่วนแรกได้เท้าความถึงการเข้าจับกุมนายสุรนาถที่บ้านพักตามหมายจับ และนำตัวไปแจ้งข้อกล่าวหาที่ สน. ดุสิต อย่างไรก็ตาม ในส่วนนี้ของคำร้องไม่ได้มีกล่าวถึงเรื่องที่เจ้าหน้าที่นำตัวสุรนาถไปกักตัวไว้ที่ บก.ตชด.ภาค 1 แต่อย่างใด


ในส่วนต่อมาได้กล่าวถึงพฤติการณ์ในการกล่าวหาว่า ก่อนเกิดเหตุนายศรายุทธ สังวาลย์ทอง ผู้กล่าวหาในคดี ทราบว่าจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองกลุ่มต่าง ๆ นัดหมายและชักชวนกันตามสื่อโซเชียลมีเดียเพื่อมาชุมนุมกันในระหว่างวันที่ 13 – 14 ตุลาคม 2563 ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดําเนิน ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563 เวลาประมาณ 17.20 น. ผู้กล่าวหาได้เดินทางไปที่บริเวณสนามม้านางเลิ้งและได้พบกับกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่ม #คณะราษฎร์2563 อยู่เต็มพื้นที่ ทําให้ไม่สามารถขับรถจักยานยนต์เข้าไปบริเวณสะพานมัฆวาน ผู้กล่าวหาจึงได้จอดรถไว้ที่ถนนพิษณุโลก บริเวณแยกนางเลิ้ง จากนั้นได้เดินเท้าจากบริเวณดังกล่าวเพื่อตามหาภรรยาซึ่งไปเฝ้ารับเสด็จ เมื่อไปถึงบริเวณจุดที่เจ้าหน้าที่ตํารวจทําการสกัดกั้นกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชษฐ์ ฝั่งทําเนียบรัฐบาล ถนนพิษณุโลก ขณะนั้นได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งมีนายเอกชัย หงส์กังวาน และประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จยืนปะปนกันอยู่บริเวณจุดสกัดกั้น


เจ้าหน้าที่ตํารวจได้ทําการจัดระเบียบผู้คนที่ยืนอยู่เพื่อจะดําเนินการถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จ ต่อมาในเวลาประมาณ 17.30 น. ได้มีขบวนเสด็จของพระราชินีและเจ้าฟ้าทีปังกรฯ อยู่ในเส้นทางการเสด็จโดยรถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนผ่านบริเวณถนนพิษณุโลก มุ่งหน้าแยกนางเลิ้ง เมื่อขบวนเสด็จมาถึง บริเวณที่นายเอกชัย หงส์กังวาน กับกลุ่มชุมนุมยืนอยู่ นายศรายุทธ สังวาลย์ทอง ผู้กล่าวหา สังเกตเห็น นายเอกชัย หงส์กังวาน และพวกได้มีการตะโกนโห่ร้อง โดย นายเอกชัยฯ ได้พูดให้กลุ่มผู้ชุมนุมชูสามนิ้วขึ้น นายสุรนาถ แป้นประเสริฐ ผู้ต้องหาในคดีและพรรคพวกของนายเอกชัยฯ ก็ได้ชูสามนิ้วขึ้นตามที่นายเอกชัยฯ ตะโกนบอกและ นายสุรนาถ แป้นประเสริฐ ผู้ต้องหาในคดีซึ่งอยู่ในกลุ่มของผู้ชุมนุมยังได้พยายามผลักดันเจ้าหน้าที่ตํารวจที่ยืนคล้องแขนกันเป็นแนวกั้นมวลชน จํานวน 2 แถว เพื่อถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จอยู่บริเวณดังกล่าว เพื่อจะเข้าไปให้ใกล้รถยนต์พระที่นั่งที่เสด็จผ่านมา ขบวนเสด็จจึงค่อยๆ เคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆ ซึ่งคนที่เดินตามรถยนต์พระที่นั่งสามารถเดินตามได้ทัน


นายสุรนาถ แป้นประเสริฐ ผู้ต้องหาในคดีนี้และกลุ่มผู้ชุมนุมก็ได้เดินติดตามรถยนต์พระที่นั่งไปจนถึงบริเวณแยกนางเลิ้ง ขบวนเสด็จจึงได้พบกับกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มใหญ่และประชาชนที่มาคอยรับเสด็จปะปนกันอยู่ จากนั้น นายสุรนาถ แป้นประเสริฐ ผู้ต้องหานี้ ได้มีพฤติการณ์สั่งให้กลุ่มผู้ชุมนุมเดินลงมาบนถนนเพื่อขัดขวางรถยนต์พระที่นั่งบริเวณด้านหน้ารวมถึงบริเวณโดยรอบของรถยนต์พระที่นั่งเพื่อปิดกั้นขบวนเสด็จ ทําให้รถยนต์พระที่นั่งต้องหยุดเคลื่อนตัว จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นผู้ใดได้มีการตะโกนด้วยถ้อยคําไม่เหมาะสม ขณะเดียวกันได้มีการชูสามนิ้วขึ้นมาพร้อมกันด้วย ทําให้ผู้กล่าวหาเข้าใจได้ว่าบุคคลดังกล่าวคือกลุ่มผู้ชุมนุม จากนั้นมีเจ้าหน้าที่ตํารวจควบคุมฝูงชนวิ่งกรูกันเข้ามากั้นแนวเพื่อกันผู้ชุมนุมให้ออกห่างจากรถยนต์พระที่นั่ง เพื่อให้รถยนต์พระที่นั่งสามารถเคลื่อนตัวต่อไปได้ โดยในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตํารวจควบคุมฝูงชนมากั้นแนวนั้นได้มีการร้องขอให้ประชาชนผู้ที่มาเฝ้ารับเสด็จช่วยกันกั้นแนวไว้เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตํารวจมีจํานวนน้อย ผู้กล่าวหาและคนรู้จักของผู้กล่าวหาจึงได้เข้าไปช่วยเจ้าหน้าที่ตํารวจกั้นแนวด้วย จนกระทั่งขบวนเสด็จเคลื่อนออกพ้นจากกลุ่มผู้ชุมนุมไปแล้ว


จากนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 40 – 50 คน ได้หันเข้ามาทําร้ายประชาชนที่เข้ามาช่วยเจ้าหน้าที่ตํารวจกั้นแนว ไล่ทําร้ายไปเป็นระยะทางประมาณ 300 เมตร บริเวณฝั่งมุ่งหน้าแยกยมราช จนผู้ที่เข้ามาช่วยเจ้าหน้าที่ตํารวจต้องวิ่งหลบหนีเข้าไปในสนามม้านางเลิ้ง (เก่า) จากนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมจึงแยกย้ายถอยกลับเข้าไปในจุดที่ชุมนุมเดิม ผู้กล่าวหาเห็นว่าการกระทําของ นายเอกชัย หงส์กังวาน, นายสุรนาถ แป้นประเสริฐ ผู้ต้องหานี้กับพวก ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย จึงได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนสถานีตํารวจนครบาลดุสิตเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษให้เนินคดีตามกฎหมาย


ในส่วนต่อมา หนักงานสอบสวนได้ชี้แจงสาเหตุที่ต้องฝากขังนั่นก็เพราะ ใกล้ครบกำหนดควบคุมตัวผู้ต้องหา 48 ชั่วโมง แต่ทางพนักงานสอบสวนยังทำการสอบสวนไม่เสร็จสิ้น โดยยังต้องสอบปากคำพยานอีก 10 ปาก อีกทั้งยังต้องตรวจสอบพิมพ์ลายนิ้วมือและประวัติการต้องโทษ จึงขอศาลให้อนุญาตฝากขังผู้ต้องหาเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2563 พนักงานสอบสวนยังได้แจ้งว่าจะขอคัดค้านการยื่นประกันตัวของผู้ต้องหา เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี


ทั้งนี้ ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน สุรนาถได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่าวันดังกล่าวไปร่วมชุมนุมเพื่อขับไล่เผด็จการ และไม่ทราบมาก่อนว่ามีจะมีขบวนเสด็จผ่านถนนพิษณุโลก และเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นเป็นฝ่ายที่ปิดกั้นถนนโดยรถตู้ และตั้งแถวคล้องแขนเดินหน้าหาผู้ชุมนุม จนผู้ชุมนุมเข้าใจว่าจะปิดกั้นผู้ชุมนุมหรือมีการสลายการชุมนุมและพยายามป้องกันให้ไม่มีการปะทะกัน


หลังจากนี้ สุรนาถจะถูกส่งตัวไปฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งระหว่างนี้ญาติและทนายความสามารถยื่นประกันตัวได้อีก


https://tlhr2014.com/?p=22323


ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น