.
เป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจ ที่การเคลื่อนไหวของกลุ่มนักเรียนปัจจุบัน มีข้อเรียกร้องที่มีส่วนผสมทั้งด้านการเมืองและด้านการศึกษา
.
หลายปัญหาในสังคม มีต้นกำเนิดในรั้วโรงเรียน เพราะค่านิยมและบรรยากาศที่ถูกกำหนดในโรงเรียนหรือห้องเรียน มักแปรร่างมาเป็นค่านิยมและบรรยากาศในสังคมที่เราอาศัยอยู่
.
วันนี้ ผมขออนุญาตยกเพียง 2 ตัวอย่างให้พอเห็นภาพ
.
1. การทุจริต
.
ปฏิเสธไม่ได้ ว่าประเทศไทยเรามีปัญหาเรื่องการทุจริต
ในการจัดลำดับ ดัชนีภาพลักษณ์การทุจริต โดยองกรณ์ความโปร่งใสนานาชาติเมื่อปีที่แล้ว ประเทศสอบตก โดยได้คะแนนเพียง 36/100 และเข้ามาเป็นอันดับที่ 101/180 ประเทศ
.
หลายคนมักออกมาพูดว่า ทางออกอยู่ที่การปลูกฝังตั้งแต่เด็ก
.
แต่ในขณะที่เด็กถูกปลูกฝังว่าให้ “โตไปไม่โกง” การโกงกลับเกิดขึ้นในทุกห้วงเวลาและทุกตารางเมตรของชีวิตในรั้วโรงเรียนไทย
.
ตั้งแต่ตอนเลือกโรงเรียน หลายโรงเรียนก็เลือกที่จะฉวยโอกาสจากความหวังดีของพ่อแม่ โดยการขายที่นั่งในโรงเรียนผ่านการคิดค่าแป๊ะเจี๊ย
.
ในวันก่อนเข้าเรียน นักเรียนบางโรงเรียน ก็ถูกบังคับให้ไปซื้อชุดนักเรียนและกระเป๋านักเรียนจากร้านค้าเพียงร้านเดียวที่ราคาของในร้านนั้นดูสวนกับคุณภาพ แต่บังเอิญว่าเจ้าของสนิทกับ ผ.อ.
.
พอเข้าเรียนแล้ว บางโรงเรียนก็มีการโกงงบอาหารกลางวัน จนทำให้เด็กๆไม่ได้รับโภชนาการที่ควรจะเป็น
.
และพอเด็กมองไปที่ครู ด้วยความหวังว่าครูจะเป็นแสงนำทางให้กับเขาว่าควรมีพฤติกรรมอย่างไร ครูบางคนกลับไม่ยอมถ่ายทอดความรู้ทั้งหมดที่ตัวเองมีให้กับนักเรียนในคาบเรียน เพราะหวังจะกั๊กไว้ส่วนหนึ่ง ที่สามารถเก็บไว้สอนพิเศษหลังเลิกเรียน ที่คิดเงินเด็กได้
.
พอโรงเรียนทำให้เด็กเห็นการทุจริตอยู่ในทุกๆวัน ก็เป็นเรื่องไม่น่าแปลกใจ ว่าทำไมประเทศเราถึงมีการทุจริตทุกรูปแบบเต็มไปหมด และทำไมประชาชนมักมองว่าการจ่ายสินบนและการโกงนั้นเป็นเรื่องปกติ
.
2. การล่วงละเมิดทางเพศ
.
การคุกคามทางเพศเป็นปัญหาใหญ่ในโรงเรียน ที่เป็นปัญหาใหญ่ในสังคมเช่นกัน
.
หลายครั้งที่ผู้กระทำมักใช้อำนาจหรือความไว้วางใจที่ได้จากตำแหน่งที่ตนเองมี (เช่น ครู พระ คนในครอบครัว) ในการฉวยโอกาสกับเหยื่อ
.
พอผู้ถูกกระทำลุกขึ้มาเพื่อเปิดโปงความเลวร้ายนี้ ก็มีหลายครั้งที่เหยื่อมักถูกกดดันให้ไม่ดำเนินคดี เพราะจะทำให้โรงเรียน (ในกรณีที่นักเรียนถูกกระทำโดยครู) หรือ ครอบครัว (ในกรณีที่ภรรยาถูกกระทำโดยสามี) “เสียชื่อเสียง”
.
ถ้าผู้ถูกกระทำเดินหน้าต่อในการดำเนินคดี ก็มีหลายครั้งที่เจ้าหน้าที่ ผู้รับผิดชอบ หรือสังคม กลับมีการโทษเหยื่อ – ไม่ว่าจะเป็นการไปถามเรื่องการแต่งกายของเหยื่อ หรือไปตั้งคำถามหรือสมมุติฐานที่ไม่เหมาะสมและไม่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมที่เกิดขึ้น (เหมือนกับในภาพด้านล่าง) – แทนที่จะมุ่งหน้าในการให้ความร่วมมือเหยื่อและดำเนินการกับผู้กระทำผิด
.
ผมยังจำได้ว่าตอนทำกิจกรรมกับสมัชชาสตรีแห่งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน มีการจัดกิจกรรมช่วงหนึ่งเพื่อสอบถามในกลุ่มว่าผู้หญิงที่เข้าร่วมเคยเจอปัญหาอะไรบ้างที่บ้าน ไม่มีใครสักคนที่ยกมือพูดถึงปัญหาเรื่องความรุนแรงในครอบครัว แต่พอเราถามให้คนโหวตแบบไม่เปิดเผยตัวตนผ่านการเขียนเข้ามาในกระดาษว่ากำลังเจอปัญหาเรื่องความรุนแรงในครอบครัวที่บ้านอยู่บ้างหรือไม่ เกินครึ่งเขียนกลับมาว่าเคย
.
เรื่องนี้ทำให้อดคิดและอดกังวลไม่ได้ว่า ถ้าเราสร้างบรรยากาศในโรงเรียนที่ปิดกั้นไม่ให้เด็กออกมาเปิดโปงเวลาครูทำผิด แต่กลับถูกขู่หรือเตือนว่า “จะทำให้โรงเรียนเสียชื่อเสียง” เรากำลังจะสร้างบรรยากาศในสังคมที่ปิดกั้นไม่ให้ผู้ใหญ่ที่ถูกสามีทำร้าย ไม่กล้าออกมาขอความช่วยเหลือเพราะถูกขู่หรือเตือนว่า “จะทำให้ครอบครัวเสียชื่อเสียง”
.
ทั้งหมดนี้เป็นเพียง 2 ตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า ถ้าเราอยากเปลี่ยนประเทศได้ เราต้องเปลี่ยนโรงเรียนของเราให้ได้ด้วย เพื่อให้ห้องเรียนและโรงเรียนของเรายืนหยัดในค่านิยมที่เราใฝ่ฝันอยากจะเห็นในสังคม

พริษฐ์ วัชรสินธุ – ไอติม – Parit Wacharasindhu
ด้วยความเคารพ ผมงงกับข้อความ comment ที่มาเพ่งเล็งว่าคนในภาพเป็นใคร
ถ้าพูดให้ถึงที่สุด ไม่ว่าบุคคลในภาพจะเป็นคนที่เคยโดนคุกคามทางเพศจริง หรือเป็นการชูป้ายเพื่อสะท้อนถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในหลายโรงเรียน ก็
1. ไม่ได้ทำให้ความหมายของข้อความที่ผมเขียนเปลี่ยนไปจากเดิม
2. ไม่ได้ทำให้ตรรกะของคน ที่พิมพ์ข้อความในภาพ screenshot (ที่ผมเบลอชื่อออก) ป่วยน้อยลงกว่าเดิม

Pimon Boonwong
สิ่งที่น้องแสดงออก คือ ตีแผ่ความจริงที่เกิดขึ้นในสังคมไทย แต่ผู้ใหญ่บางคนกลับตีความไปอีกแบบและมองว่าทำให้ประเทศชาติเสียชื่อเสียง งงมาก?? ห่วงคำว่าชื่อเสียงประเทศชาติมากกว่าความเป็นคนด้วยกัน..!!

นอร์แมน เนเวอร์แลนด์
ไหนๆน้องเขาก็เปิดหน้าเปิดใจเล่ามาขนาดนี้แล้ว อยากให้คุณไอติมช่วยเป็นหัวเรือใหญ่ในการที่จะพาน้องเขาไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นครูที่ทำอนาจาร หรือ ผอ.โรงเรียน ก็ต้องถูกสอบด้วย เพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่างในสังคม ผมคิดว่าถ้าช่วยกันผลักดันและกดดันให้มีการนำครูที่กระทำความผิดให้มารับโทษจะเป็นประโยชน์มากกว่าเขียนบทความแบบนี้อีกครับ ฝากไว้ให้คิด

Atthakorn Liankhrua
Sirima Sushimaki
เรื่องของน้องเขาจะจริงหมดหรือป่าวไม่รู้ แต่ที่รู้ๆในสังคมก้อมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยๆตามข่าว มันสะท้อนให้เห็นได้ละ ถึงไม่ใช่แค่น้องคนนี้ ก้อคนอื่นๆอีกเยอะที่เจอ หรือคุณคิดว่าเรื่องแบบนี้ไม่มีในสังคม เลิกเป็นสลิ่มบ้างเพื่อให้ความเป็นคนมีมากขึ้น

Chatree Jaiyangyuen
นอร์แมน เนเวอร์แลนด์ ปัญหามันไม่จบแค่นั้น มันไม่ใช่ปัญหาที่จบเป็นเรื่องๆไป “เยี่ยงอย่าง” ที่คุณพูด มันมีมากี่เยี่ยงอย่างแล้ว? เรามีตัวอย่างมากมายที่เกิดขึ้น แล้วมันเรียนรู้อะไรไปมากกว่าเดิมไหม?
เหยื่อหลายคนเข้าแจ้งความ แต่การดำเนินคดีก็ไม่ได้ช่วยเยียวยาอะไรในชีวิตเขา เท่ากับความทุกข์ และการถูกกดดัน การถูดเหยียด ต่างๆนาๆที่เขาต้องเผชิญ จนเป็นฝันร้ายไปตลอดชีวิต และดำเนินคดี มันก็ไม่ได้ทำให้การคุกคามทางเพศในโรงเรียนลดลง หรือหมดไปแม้แต่น้อย เพราะระบบการใช้อำนาจนิยมในโรงเรียนเป็นตัวปัญหาหลักที่ยังคงอยู่ และทำให้เกิดการคุกคามทางเพศอยู่ทุกวัน แต่สังคมรับรู้เฉพาะที่เป็นข่าวเท่านั้น มีอีกหลายกรณีที่ไม่เป็นข่าว
สิ่งที่น้องเขาเรียกร้อง กับสิ่งที่ไอติมพูด คือการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง เพื่อให้โรงเรียนเป็นสถาที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง และยั่งยืน มากกว่าในปัจจุบัน เพื่อไม่ให้ในโรงเรียนใช้อำนาจนิยม ก่อให้เกิดการคุกคามทางเพศต่อนักเรียกอีก

Jirapong Intapasan
สัญชัย ลีลาจรัสกุล
ผมอ่านมาเยอะแล้วล่ะคับ เอาจริงคดีนี้เป็นคดีอาญา ที่มีโทษสูง อายุความก็เยอะตามด้วย
ผมจำได้ว่าเคสแบบนี้อายุความอยู่ที่ 10 ปีนะคับ
เพราะงั้นแล้ว ผ่านมา 5 ปี ก็ยังสามารถแจ้งความดำเนินคดีได้อยู่ เพราะตอนนั้นน้องเขาเป็นเยาวชน จึงไม่ใช่เป็นความผิดอันยอมความได้น่ะ

Peerampa Num Janjumratsang
นอร์แมน เนเวอร์แลนด์
เอาผิด ไม่เอาผิด มันเรื่องของเจ้าทุกข์คะ น้องเค้าก็น่าจะได้รับความช่วยเหลือแล้วจากเพจของน้องเค้านะคะ
การที่คุณไอติมมาโพสต์เค้าต้องการ raise awareness ของเรื่องนี้ให้คนในสังคมไทยเข้าใจแนะตระหนักถึงปัญหาคะ ใช้กระบอกเสียงของเค้าให้คนที่ตามเค้าอยู่รับทราบถึงปัญหาในสังคมนะคะ

Caster G Troy
สัญชัย ลีลาจรัสกุล ไม่มีคนฉลาดที่ไหน จะเชื่อแค่คำพูดที่ปราศจากหลักฐานหรอก
แค่คำพูด จะพูดอะไรก็ได้
แหม…แล้วบอกคนรุ่นใหม่คือคนฉลาด
แต่พอพูดปราศจากหลักฐานก็เชื่อง่ายกันจัง
แต่เสือกด่าคนอื่นที่เขาต้องการสืบความจริง
ก็เหมาะสมดีกับคอมเม้นท์ ที่พ่นมา

Ann N Jens Norgard
นอร์แมน เนเวอร์แลนด์
Excellent suggestion and don’t waste the time any longer as the molestation happened five years ago. Hopefully he can bring the justice to her. Wondering why kept repeating again and again.

Rashida Um
นอร์แมน เนเวอร์แลนด์
เห็นด้วยกับความคิดเห็นนี้ค่ะ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความช่วยเหลือติดตามตามกระบวนการได้แล้ว
การเขียนบทความเพื่อกระตุ้นและผลักดันให้เกิดกระแสในวงกว้างคือหนึ่งเรื่อง
แต่การให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายคือเรื่องที่ควรทำด่วน มันคือการทำในสเกลเล็กก็จริง แต่จะมองข้ามก็ไม่ใช่นะ

Sebastian Castellanos
Wilarn Niemwongse
งั้นถามคุณดีๆแล้วคุณตอบผมทีนะว่าทำไมอะไรๆก็มารวมกันที่ม็อบแล้วโทษว่าเป็นปัญหาการเมืองวะ ทำยังกะเมกา ฝรั่งเศส ที่เป็นประชาธิปไตยมันไม่มีคดีข่มขืนหรือปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศงั้นแหละ คือต้องไปร้องเรียนหรือแจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรงสิ

FB พริษฐ์ วัชรสินธุ – ไอติม – Parit Wacharasindhu